กุดยางใหญ่



นิทานพื้นบ้านภาคอีสาน กุดนางใย จังหวัดมหาสารคาม


กุดนางใย เมื่อครั้งโบราณกาล ที่บริเวณแหล่งน้ำนี้มีครอบครัวหนึ่งตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่ด้วยกันสองคนแม่และลูกชาย ภายหลังได้ลูกสะใภ้มาอยู่ร่วมกัน มาวันหนึ่งลูกชายไปค้าขายทางไกล แม่และลูกสะใภ้อยู่บ้านเพียง ๒ คน คืนหนึ่งแม่ผัวสังเกตเห็นว่าที่ห้องนอนของ ลูกสะใภ้จุดตะเกียงตลอดคืน ซึ่งเป็นการผิดธรรมเนียมโบราณ กล่าวคือเมื่อเข้านอนต้อง ดับตะเกียง

แล้วคืนหนึ่งแม่ผัวสงสัย อดใจไว้ไม่ใหวจึงไปแอบดูว่าลูกสะใภ้ทำอะไรอยู่ในห้อง และเห็นว่า ลูกสะใภ้กำลังสาวใยไหม ออกจากปากตัวเองมาม้วนเข้าฝัก จึงเกิดความหวาดกลัวนึกว่า สะใภ้เป็นภูตผีปีศาจ จึงนำความไปเล่าให้เพื่อนบ้านฟัง คืนต่อมาแม่ผัวและเพื่อนบ้านจึงมาแอบด ูเพื่อจับผิดลูกสะใภ้

ในที่สุดได้จู่โจมเข้าไปในห้องขณะที่ลูกสะใภ้กำลังสาวไหมออกจากปาก จึงซักถามว่าเป็นใครมา จากไหน เป็นภูติผีปีศาจหรือเปล่า ทำให้ลูกสะใภ้อับอาย จึงหนีออกจากบ้านและโดดลงในลำน้ำนั้นหายไป เมื่อลูกชายกลับมาและรู้ความจริงว่าภรรยาโดดน้ำตาย ณ ที่แห่งนั้นจึงได้แต่ เศร้าโศกเสียใจ เมื่อถึงคืน เดือนหงายจะไปนั่งริมลำน้ำแห่งนี้ และจ้องมองลงไปในสายน้ำ นาน ๆ เข้าก็มองเห็นภรรยาในสายน้ำนั้น และสาวใยไหมออกจากปาก ต่อมาที่แห่งนี้จึงได้ชื่อว่ากุดนางใย (ใยหมายถึงใยไหม)

คติ/แนวคิด
การจะลงโทษใครอย่าผลีผลาม ควรถามสาเหตุและเหตุผลข้อเท็จจริงก่อน


กุดนางใย เป็นชื่อแหล่งน้ำที่สำคัญของเมืองมหาสารคาม มาตั้งแต่สมัยพระเจริญราชเดช (กวด) เจ้าเมืององค์แรก ซึ่งมาตั้งเมืองเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๐๘ ใช้เป็นแหล่งน้ำสำหรับอุปโภคและบริโภคควบคู่กับแหล่งน้ำ ในหนองท่ม (กระทุ่ม) ที่เรียกว่ากุดเพราะเป็นที่สิ้นสุดของสายน้ำ (กุด แปลว่าด้วนหรือสิ้นสุด) หรือเรียกว่าแม่น้ำด้วน ปัจจุบัน ตื้นเขินมากคงเหลือเนื้อที่ประมาณ ๒ ไร่ ใกล้กับกุดนางใยเป็นที่ตั้งของวิทยาลัยอาชีวศึกษา มหาสารคาม และริมกุดนางใย มีร่องรอยของวัตถุโบราณสันนิษฐานว่าพระเจริญราชเดชสร้างไว้เมื่อครั้งตั้งเมือง ได้แก่เสาหงส์ ซึ่งถือว่าเป็นผู้พิทักษ์เมือง

ความสำคัญ ในช่วงราว พ.ศ. 2402 พระขัติยวงษา (จัน) เจ้าเมืองร้อยเอ็ดได้มอบหมายให้ท้าวมหาชัย (กวด) บุตรอุปฮาช (สิง) และท้าวบัวทอง บุตรอุปฮาช (ภู) พาผู้คนจากเมืองร้อยเอ็ด มาหาที่ตั้งเมืองใหม่ ท้าวบัวทองเห็นว่าบริเวณบ้านลาดริมฝั่งแม่น้ำชีน่าจะเป็นบริเวณที่เหมาะจะตั้งเมือง ส่วนท้าวมหาชัย (กวด) เห็นว่าบริเวณบ้านจาน ซึ่งอยู่ระหว่างหนองกระทุ่ม (บริเวณสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดมหาสารคาม) กับกุดยางใหญ่น่าจะเหมาะสม ดังในใบบอกของพระขัติยวงษา(จัน) ที่มีไปยังกรุงเทพ ขอตั้งบ้านลาดกุดยางใหญ่ เป็นเมือง ท้าวมหาชัย (กวด) ได้เป็นพระเจริญราชเดช เจ้าเมือง ท้าวบัวทองได้เป็นอรรคฮาช ท้าวไชยวงษา (ฮึง) เป็นอรรควงษ์

คำว่า กุดยางใหญ่ จึงน่าเป็นที่มาของชื่อเมือง กล่าวคือ ในสารตราเจ้าพระยาจักรีที่มีมาถึงพระขัติยวงษา เจ้าเมืองร้อยเอ็ด ลงวันอังคาร ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 10 ปีฉลู สัปตศก ซึ่งตรงกับวันอังคารที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2408 เรื่องการขนานนามบ้านลาดกุดยางใหญ่ เป็นเมืองมหาสาลคามนั้น ในช่วงเวลาดังกล่าว แนวทางการตั้งชื่อเมืองก็มักจะหาเค้าเงื่อนจากชื่อเดิมบ้าง หรือสิ่งสำคัญของบริเวณนั้นบ้าง แล้วตั้งชื่อใหม่เป็นภาษาบาลีหรือสันสกฤต 2 - 3 ชื่อ แล้วนำขึ้นทูลเกล้าฯ ให้ทรงเลือกเพียง 1 ชื่อ แล้วพระราชทานไปยังหัวเมืองใหม่นั้น  
Tag : นิทานพื้นบ้านนิทานพื้นบ้านภาคอิสานนิทานพื้นบ้านภาคอีสานกุดนางใยเรื่องเล่า กุดนางใยกุดยางใหญ่พระขัติยวงษา






w3c  © Copyright 2010 rakjung.com All Right Reserved. Contact >> rakjung.com@hotmail.com